วันอังคาร, พฤศจิกายน 27, 2550

จดหมายถึงเพื่อน

22/11/50
สวัสดีเพื่อนรัก สบายดีไหมจ๊ะ

ตอนนี้ฉันเพิ่งได้เพื่อนบ้านใหม่ รั้วติดกันนี่เอง จำได้ไหมที่ว่างซ้ายมือข้างบ้านฉันน่ะ
เจ้าของที่เขามาปลูกบ้านแล้ว หลังมหึมาได้ใจมาก

ฉันล่ะดีอกดีใจคราวนี้คงไม่เหงาแล้ว...แต่แก....ฉันคันปากยิบๆ ไม่อยากจะเม้าท์เพื่อน
บ้านหมาดๆ เลย แต่มันก็อดไม่ได้ ขอสักหน่อยนะ

หลังจากฉันเอาของขวัญขึ้นบ้านใหม่ไปให้ ก็บังเอิ๊ญ บังเอิญไปจ๊ะเอ๋ เข้ากับรถที่เพิ่งมา
ส่งสัตว์เลี้ยงของเขา...

แก...เขาเลี้ยงน้องไก่แจ้แหละ น่ารักมากเลย ตัวป้อมๆ เตี้ยๆ กลมๆ แต่เอ่อ...ดูเหมือนเขา
จะรักของเขามากนะ ฉันเห็นน้องไก่แจ้เดินเล่นอยู่เต็มสนาม...มองไปมุมไหนก็เห็นตัว
กลมๆ กะปุ๊กลุกเต็มไปหมด ถามดูได้ความว่า เขาชอบหนังเรื่อง 101 ดัมเมเชี่ยนมาก แต่
ว่าเขาชอบไก่แจ้มากกว่าน้องหมาดัมเมเชี่ยน เลยเลี้ยง 101 ไก้แจ้แทน...

โอ้ได้ยินจำนวนแล้วฉันแทบเป็นลม ไม่อยากจะคิดว่าพรุ่งนี้เช้าจะได้ยินเสียงไก่แจ้
ขันรับส่งกันทั้งแต่กี่โมงเช้า

แก...ฉันถามเขาว่าแล้วจะเหม็นขี้ไก่ไหม...เขาบอกอย่างภาคภูมิใจว่า ไม่ต้องห่วง
ไก่แจ้ของเขาเป็นพันธุ์พิเศษ นำเข้ามาจากต่างประเทศ ขี้ไก่พัธุ์นี้ไม่มีกลิ่นเหม็น
แล้วเขาก็บอกว่าเขาจะให้คนงานเอาน้ำฉีดล้างทุกวัน มันจะไม่สะสมจนส่งกลิ่นมา
ถึงบ้านฉันแน่นอน

ฉันเลยถามเขาต่อว่าแล้วเรื่องไข้หวัดนกล่ะ...เจ้าตัวป้อมพวกนี้มันจะมีโอกาสเอาเชื้อ
หวัดนกมาแพร่ไหม เขาตอบฉันอย่างมั่นใจกว่าเก่าว่าตอนเขาทำเรื่องนำเข้าเจ้าพวกนี้
เขาได้ให้สัตวแพทย์ต้นทางฉีดวัคซีนมาแล้วทุกตัว เพราะฉะนั้นไก่พวกนี้ปลอดเชื้อแน่นอน
แก...เขายังบอกฉันอีกนะ ว่าถ้าฉันไม่เชื่อเขายินดีจ้างหมอมาเช็คสุขภาพให้ฉันฟรีๆ ทุกปี
เลย

แก...ฉันกลัว ฉันควรจะทำยังไงดี

เพื่อนรักแกเอง....


27/11/50
สวัสดีแก...ฉันเอง

แหมไม่ได้ติดต่อกันตั้งนานเปิดกล่องจดหมายมาเจอลายมือแกแล้วฉันอยากจะกรี๊ดดด
คิดถึงจริงๆ ไม่อยากจะบอกเลยว่าเพื่อนบ้านหมาดๆ ของแกน่ะ ยังไม่เท่าไหร่หรอก
ต้องว่าที่เพื่อนบ้านของฉันสิ แน่นอนกว่า

แกจำที่เปล่าฝั่งตรงข้ามบ้านฉันได้ไหม...ถัดจากแม่น้ำไปน่ะ

ตอนนี้มีคนเขาบอกว่าเจ้าของที่กำลังจะมาปลูกโรงไฟฟ้าถ่านหิน เหอๆๆๆ ใช่แก...
อ่านไม่ผิดหรอกโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่จะเป็นแหล่งรองรับการเจริญเติบโตของภาคอุต
สาหกรรมแถวบ้านฉัน ฟังดูโก้เก๋ดีไหมล่ะ

พอได้ข่าวปุ๊บ ฉันก็ไม่รอช้ารีบหาข้อมูลปั๊บ

แก...เขาลือกันให้แซดว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินมันจะมาทำลายชุมชน มันจะเอามลพิษ
มากมายมาสู่บ้านฉัน

เขาบอกว่าการเผาไหม้ถ่านหินจะก่อให้เกิดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ออกไซด์ของไนโตรเจน
สารประกอบของปรอท แคดเมียม ตะกั่ว อาร์เซนิก นิกเกิลและก๊าซคาร์บอกไดออกไซด์....
แก...ดีนะที่เราเรียนสายวิทย์กันมา แกจำได้ไหม ครูรำพึงเคยบอกว่าก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
มันทำให้เกิดอะไร

ฉันพอจำได้เลาๆ ว่าถ้ามันไปรวมกับน้ำมันจะกลายเป็นกรด กัดกร่อนทุกอย่าง แล้วคิดดูสิ
ถ้าไอโรงไฟฟ้าถ่านหินมันปล่อยก๊าซพวกนี้ออกมา เวลาฝนตกลงมา มันก็กลายเป็นฝนกรด
ใช่ไหม หรือถึงมันจะไม่รวมกับน้ำแต่ถ้าฉันก็ต้องหายใจเอาสารพวกนี้เข้าไปทุกวันๆ
ชีวิตฉันจะเป็นยังไงเนี่ย...

แล้วฉันยังไปอ่านเจออีกว่าที่อเมริกาเขาไปทำวิจัยกันโดยการจับปลาที่อาศัยบริเวณใต้ลม
ของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ปลาที่จับมาได้จะมีปริมาณสารปรอทมากกว่าปลาทั่วไป คิดดูสิ
เวลาเรากินปลาเข้าไปมันก็เท่ากับเรากินสารปรอทเข้าไปด้วย ที่เลวร้ายที่สุดอีตาดอกเตอร์
ช่างค้นคว้ายังบอกอีกว่า สารตัวนี้เป็นบ่อเกิดของโรงมะเร็ง แก...แล้วอย่างนี้ปลาในแม่น้ำ
ข้างบ้านฉันคงกินไม่ได้อีกแล้วสิเนี่ย

อ้อ แถมฉันยังรู้มาอีกว่า การทำโรงไฟฟ้าถ่านหินอาจจะต้องสร้างท่าเรือน้ำลึก เพื่อเป็นท่าเทียบ
เรือขนถ่ายถ่านหิน ซึ่งอันนี้ก็น่ากลัวไม่น้อยนะ เพราะการทำท่าเรือน้ำลึกจะทำให้เกิดความเปลี่ยน
แปลงของสภาพแม่น้ำ รวมถึงการไหลของกระแสน้ำ แล้วแกคิดดูสิ น้องปลาโลมาที่ว่ายเวียน
มาทุกปีๆ จะยังมานอนเล่นให้ฉันพาแกไปมองมันอีกไหม...

นี่ยังไม่นับรวมชาวบ้านที่อาศัยแม่น้ำเป็นแหล่งทำมาหากินที่จะต้องได้รับผลกระทบอีกนะ

ข่าวล่าสุดเห็นว่าเจ้าของที่เขาส่งผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ไปให้รัฐบาลแล้ว
แก...ฉันยังไม่รู้เลยว่าเขามาสำรวจไปเมื่อไหร่ แล้วผลสำรวจออกมาเป็นยังไง ฉันจะไปถามใคร
ที่ไหนได้บ้าง...แกช่วยบอกฉันที

ปล.ดูเหมือนดวงเราจะคล้ายกันแต่ยังไงฉันก็ว่าเพื่อนบ้านฉันคงน่ากลัวกว่าเพื่อนบ้านแกแน่ๆ

รักและเป็นห่วง

กอบมณี เพื่อนแกเอง...

ไม่มีความคิดเห็น: